blocker

Faber Ambra GmbH
Klosterstraße 3
D-55232 Alzey
How to find us

Tel.: +49 (0) 6731-548 898-0
Fax: +49 (0) 6731-548 898-99

Language: [Thai LanguageThai]
Deutsche SpracheDeutsch
English LanguageEnglish
Lengua EspañolEspañol
Langue FrançaisFrançais

Interesting Links:

Interner LinkVideo-Download AMBRA®

Scientific results

ความเป็นมาของกรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา® FABER-AMBRA®
การจัดการและการบำบัดขยะมูลฝอยในระบบ เชิงกลศาสตร์-ชีววิทยา

เดียค มาร์ค
วิลเฮม ฟาเบอร์ จีเอ็มบีเอช,อัลเซ

1. บทนำ

บริษัท ฟาเบอร์ ได้ดำเนินการบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธี เชิงกล-ชีวภาพ มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว จากผลงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการทำงาน เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อม ความสำเร็จดังกล่าว เป็นผลจากกรรมวิธีของ ฟาเบอร์-อัมบรา® ซึ่งให้ผลลัพธ์ตรงตามมาตรฐาน ที่กฎหมายกำหนด ผลลัพธ์ที่ได้ในบางครั้งอยู่เหนือ ข้อกำหนดตามมาตรฐานอย่างชัดเจน บริษัท ฯ ใคร่ขอนำเสนอผลงาน จากกรรมวิธีฟาเบอร์-อัมบรา ณ เมือง Meisenheim by Bad Kreuznach

2. ข้อมูลพื้นฐานด้านเทคนิค

ความสำเร็จมากน้อยของวิธีการบำบัดขยะมูลฝอยโดยวิธีทางชีวภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เทคนิคในการระบายอากาศ และการกระจายน้ำที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความ สามารถในการลดอินทรีย์วัตถุที่ปะปนมาในขยะมูลฝอยโดยการใช้จุลินทรีย์อีกด้วย ภายหลังการทดลองและตรวจสอบจนได้ผลเป็นที่พอใจ จึงได้จดทะเบียน สิทธิบัตรเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะภายใต้ชื่อฟาเบอร์ อัมบรา® ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และจุดประสงค์ในการบำบัด

3. เป้าหมายของการบำบัดขยะมูลฝอย

กระบวนการบำบัดขยะมูลฝอยโดย กรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® จะใช้เวลา ประมาณ ๑ ปีหรือมากกว่านั้นถ้าต้องการด้วยระยะเวลาในการย่อยสลายดังกล่าวจะส่งผลถึ งคุณลักษณะของขยะมูลฝอยก่อนจะนำไปฝังกลบที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตามที่กำหนดไว้ใน TASi Appendix B และมีค่า TOC อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนดในค่าพารามิเตอร์ Eluat คือ 100 mg/l. (ดูรูปและตารางที่ ๑) ในปี ค ศ 1998 LAHL เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในการขยายเพดานของค่าพารามิเตอร์ตามมาตรฐาน TASi รวมถึงค่า TOC ตามมาตรฐาน Eluat โดยกำหนดให้มีค่า TOC ได้สูงกว่าเดิมแต่จำกัดไม่เกิน 300 mg/l.

จากการสำรวจขยะมูลฝอยโดย LAHL (1998) ด้วยวิธีการบำบัดแบบ MBA ณ เมือง Luneburg ประเทศเยอรมัน พบว่าขยะมูลฝอยหลังผ่านการบำบัดไปแล้ว ๑๖ สัปดาห์ ยังไม่สามารถลดค่า TOC ให้น้อยกว่า 300 mg/l ได้ LAHL (1998) ได้กล่าวถึงความหมายของค่า TOC จากปรากฏการณ์ดังกล่าวไว้ ดังนี้ “อาจตั้งสมมุติฐานว่า ค่าTOC ตามมาตรฐาน Eluat ที่ได้จากการบำบัดโดย MBA มีองค์ประกอบหลักคือ Humic ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้จากการวิเคราะห์ที่ผ่านมา โดย ......กลายมาเป็นส่วนหลักของมาตรฐาน ......ทั้งหมด แต่จะเกิดขึ้นเมื่อการย่อยสลายดำเนินไปเป็นระยะเวลานานภายใต้การควบคุ มเท่านั้น (16 สัปดาห์) ำการทดลอง ๑๖ อาทิตย์แล้ว ก็จะพบ Humic ได้ในสารอินทรีย์ ใน Eluat ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงไม่สามารถ ระบุค่ามาตรฐานของ TOC โดยรวมได้ว่าเป็น 200 หรือ 300 mg/l”หลังจากนั้น COLLINS/MAAK (1999) ได้แยกแนวความคิดจาก LAHL และกล่าวว่า ด้วยกรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® สามารถทำให้ค่ามาตรฐานดังกล่าวอยู่ในเกณท์มาตรฐานได้ และด้วยการลงทุนที่ ถูกกว่า รายละเอียดต่อไปของค่า มาตรฐาน Eluat ท่านสามารถดูได้จากตารางข้างล่างนี้

 

 

ค่าพารามิเตอร์เหล่านี้แสดงถึงกิจกรรมการหายใจ (AT4) และอัตราในการเกิดแก๊ส (GB21) ซึ่งมีแนวโน้มจะลดลงและได้มีการกำหนดค่าของ พารามิเตอร์เชิงชีววิทยาด้านกิจกรรมการหายใจ (AT) ไว้ที่ 5 mg O2/kg TS และศักยภาพในการเกิดแก๊ส (GB21) ไว้ที่ 20 l/kg TS รูปกราฟที่ ๒ ข้างล่างนี้ แสดงให้เห็นค่าพารามิเตอร์ เชิงชีววิทยาด้านกิจกรรมการหายใจ (AT4) ของการบำบัดขยะมูลฝอยโดยกรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® โดยใช้เวลาย่อยสลาย 9 และ 13 เดือน ซึ่งค่าที่เห็นอยู่นี้ได้มาตราฐานที่กำหนดเอาไว

 


รูป ๒ พารามิเตอร์เชิงชีววิทยาด้านกิจกรรมการหายใจ (AT4) ด้วยกรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา

คำกล่าวเช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนำมาใช้ได้กับอัตราการเกิดก๊าซ รูปที่ ๓ แสดงถึงอัตราการเกิดก๊าซ (GB21) ของขยะมูลฝอยที่ผ่านการบำบัดโดยกรรมวิธีฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® ค่าดังกล่าวจะลดลงต่ำกว่าที่ต้องการอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการย่อยสลายผ ่านไปได้ 6 เดือน และแสดงถึงอัตราการเกิดก๊าซระหว่างการย่อยสลายที่ระยะเวลามากกว่า 21 วัน การสูงขึ้นของกราฟเส้นล่างสุดชี้ให้เห็นถึง ภายหลังการบำบัดผ่านไป 6 เดือน ก็ยังปรากฏศักยภาพของการเกิดแก๊สอยู่ และในช่วงเดือนที่ 13 ของการย่อยสลายจะมีอัตราการเกิดแก๊ส ลดลงอย่างชัดเจนอีกครั้งด้วยกรรมวิธีของฟาเบอร์-อัมบรา และลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 1 l/kg TS และหลังจาก ๒๐ วันไปแล้ว ศักยภาพในการเกิดแก๊สแทบจะไม่เหลืออยู่เลย


รูปที่๓ แสดงถึงอัตราการเกิดก๊าซ ของขยะมูลฝอยที่ผ่านการบำบัดโดยกรรมวิธีฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA®

ผลที่ได้จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ แสดงให้เห็นว่า ด้วยกรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® จะก่อให้เกิดวัสดุที่ไม่มีปฏิกิริยาทางชีววิทยา ซึ่งบรรลุตามเป้าหมายพื้นฐานของ TASi, ข้อ 10.1 การประเมินคุณลักษณะของตะกอนที่ได้จากกระบวนการจะพิจารณาจากน ้ำชะล้าง ฯ ที่เกิดจากขยะมูลฝอยภายหลังการบำบัดเป็นเกณฑ์ ตารางที่ ๒ แสดงถึงค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญ ของน้ำชะล้างขยะมูลฝอยที่เกิดภายหลังการบำบัด ค่าดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การบำบัดขยะมูลฝอย โดย กรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® นั้นให้ค่า BOD5 ของน้ำชะล้าง ฯ ต่ำกว่า 5 mg/l และให้ค่า COD อยู่ในช่วงระหว่าง 600 ถึง 1200 mg/l จากค่าดังกล่าวนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า ภายหลังการบำบัดขยะมูลฝอยโดย กรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® จะก่อให้เกิดวัสดุที่มีการปนเปื้อนอยู่ในระดับต่ำ

ตารางที่ ๒ ค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของน้ำชะล้างขยะมูลฝอย ที่ความเข้มข้นสูงสุดและต่ำสุด จากขยะมูลฝอยที่ผ่านการบำบัดโดยวิธี MBA และผ่านการบดอัดอย่างเต็มที่ ณ บ่อฝังกลบ ฯ ของเมือง Meisenheim (COLLINS et al.,1998, ergänzt)


1) ..........คือ กฏหมายของเยอรมันในการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ ลำคลอง

เมื่อพิจารณาโดยรวมจะเห็นว่า กรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา FABER-AMBRA® ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานอื่นเข้ามาช่วยในการระบายอากาศ เป็นกระบวนการที่สามารถดำเนินงานได้ในทุกๆ สถานที่ ในมุมมองด้านนิเวศน์วิทยา มีจุดเด่นที่สำคัญมากบางประการอันเป็นผลจากกระบวนการนี้ เนื่องจาก มีการเลี่ยงการใช้พลังงานปฐมภูมิเพื่อการระบายอากาศและการขนส่งขยะม ูลฝอย

4. บทสรุป

จากการทำงานโดย บริษัท FABER-Recycling GmbH กับ กรรมวิธี ฟาเบอร์-อัมบรา® FABER-AMBRA®่ ที่ เมือง Bad-Kreuznach แสดงให้เห็นผลลัพธ์ในทางที่ดี และตรงตามเป้าหมายตามมาตรฐานที่ทาง การกำหนดเอาไว้ พารามิเตอร์เชิงชีววิทยาด้านกิจกรรมการหายใจ และศักยภาพในการเกิดเกิดก๊าซ อยู่ในเกณท์ ที่ทางการกำหนดเอาไว้ น้ำชะมูลฝอยที่ออกจาก หลุมฝังกลบ มีสารอินทรีย์ปนอยู่น้อยมาก จึงสามารถ กล่าวได้ว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องทำการบำบัดน้ำเสียดังกล่าวอีก ก่อนที่จะปล่อยลงแหล่งน้ำอื่น ต่อไป

 

COLLINS, H.-J.MAAK, D.1997 MBA Meisenheim, Landkreis Bad Kreuznach; Beiheft zu Müll und WASTE, Heft 33, S. 123 - 127, Erich-Schmidt-Verlag
COLLINS, H.-J.MAAK, D.1999 Fakten über das Kaminzug-VerfahrenSchriftenreihe des Arbeitskreises für die Nutzbarmachung von Siedlungsabfällen e.V., Heft 39, ISSN 0176-1870
COLLINS, H.-J.MAAK, D.REIFF, C.1998 Das KAMINZUG-Verfahren als entscheidende Aktivität einer stoffstromspezifischen WASTEbehandlung, in WIEMER/KERN, 1998
COLLINS, H.-J.,BRAMMER, F.MAAK, D., 1998 Ergebnisse der mechanisch-biologischen WASTEbehandlung bei mehrjährigem Praxisbetrieb; Entsorgungpraxis Heft 4/98, S. 26 - 29 und Heft 5/98, S. 36 - S. 41, Bertelsmannverlag, ISSN 0724-6870
LAHL, U.ZESCMAR-LAHL, B.1998 TOC-Grenzwerte (Eluat) für das nachsorgearme Deponieren von Restabfällen, Korrespondenz Abwasser 1998, Jahrgang 47, Nr. 7, S. 1321 - 1329

 

5. Projects

Extract of documentation "Pilot project of mechanical-biological treatment of waste in Brazil":

Pages in PDF-format:

Infoservice (PDF) - Document S.150
Infoservice (PDF) - Document S.151
Infoservice (PDF) - Document S.152
Infoservice (PDF) - Document S.153
Infoservice (PDF) - Document S.154
Infoservice (PDF) - Document S.155
Infoservice (PDF) - Document S.156
Infoservice (PDF) - Document S.157